“สิงห์” นอกสายตา

  หลังจากที่อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนคนก่อนทำเชลซีจบได้เพียงอันดับที่ 5 ของพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ฤดูกาลนี้เชลซีต้องตกไปเป็นเต็ง 5 ที่จะมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ เนื่องจากหตุผลหลายประการ ทั้งการเปลี่ยนกุนซือใหม่มาเป็นเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือคนใหม่ชาวอิตาเลี่ยนที่ไม่เคยทำงานนอกประเทศมาก่อนด้วย ถึงแม้ว่าจะได้รับคำชมอย่างมากมายในการคุมทีมนาโปลีในช่วง 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา รวมถึงด้านการจัดการและการวางแผนงานด้วย เมื่อบอร์ดบริหารได้ทำการไล่กุนซือคนเก่าออกจากทีมช้า ทำให้กุนซือคนใหม่วัย 59 ปีก็ได้เวลาในการทำทีมช้าลงไปด้วย รวมถึงพวกเขายังมีปัญหาในการซื้อตัวนักเตะมาร่วมทีมด้วย และต้องเสียนักเตะตัวหลักอย่างธิบอต์ กูร์ตัวส์ออกจากทีมไปอีก ทำให้ถูกมองว่าเชลซีไม่พร้อมที่จะทำการแย่งแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้

แต่พอเริ่มฤดูกาลพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 4 นัด เชลซียังคงเป็น 1 ใน 3 ทีมที่ยังสามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด 4 นัด ร่วมกับลิเวอร์พูล และวัตฟอร์ด ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมรองจ่าฝูงก่อนที่จะทำการเบรคพักให้ช่วงเวลากับทีมชาติด้วย ซึ่งถือว่าเชลซียุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ถือว่าทำผลงานได้ดีเกินคาดทีเดียว โดยเฉพาะการครองบอล และการส่งผ่านบอลที่พวกเขาครองเกมได้เหนือกว่าคู่แข่งอยู่ตลอด เมื่อพวกเขามี 3 กองกลางที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ที่ประกอบไปได้เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางตัวตัดเกมชั้นยอดที่ฤดูกาลนี้ถูกเปลี่ยนบทบาทที่ต้องมาเล่นเกมรุกมากขึ้นด้วย และ 2 นักเตะใหม่อย่างจอร์จินโญ่ กองกลางทีมชาติอิตาลีที่เมาริซิโอ ซาร์รี่ รีเควสบอร์ดบริหารให้ดึงตัวตามมาจากนาโปลีด้วย ส่วนอีกรายก็คือมาเตโอ โควาซิช กองกลางทีมชาติโครเอเชียที่ทีมไปยืมตัวมาจากเรอัล มาดริด หลังจากที่ทนนั่งเป็นตัวสำรองในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวไม่ไหว

ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซีถูกมองว่าเป็นม้านอกสายตาในฤดูกาลนี้ เนื่องจากว่าถึงแม้ว่าเมาริซิโอ ซาร์รี่จะทำผลงานได้ดีกับนาโปลี แต่ว่าเขาก็ไม่สามารถทำให้ทีมได้แชมป์ได้ใน 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งยังถือว่าเป็นข้อกังขาของกุนซือวัย 59 ปีอยู่ เช่นเดียวกับเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สนั่นเอง ที่ก็ถูกยอมรับในผลงานของทีมเช่นกัน แต่ถือว่ายังไม่มีประสิทธิผลให้เห็นเป็นรูปธรรม