รายได้ของเสื้อฟุตบอล 1 ตัว

    วงการฟุตบอลในยุคนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเริ่มจะมีโลกธุรกิจเข้ามาครอบงำมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ณ เวลานี้ โดยได้รับความสนใจจากทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง หรือจะเพศทางเลือกต่างๆ ก็ตาม และไม่ว่าจะเป็นรุ่นอายุไหนต่างก็ชอบฟุตบอลได้ทั้งนั้น ทำให้ธรุกิจในวงการฟุตบอลนั้นเติมโตอย่างรวดเร็ว ทำให้สโมสรต่างๆ ต้องปรับตัวให้ทันกับโลกในยุคนี้ด้วย โดยตอนนี้ทีมในพรีเมียร์ลีก หรือทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปสามารถทำรายได้จากการผลิดเสื้อแข่ง 1 ตัวได้ถึงเกือบ 100 ล้านปอนด์ต่อ 1 ฤดูกาลแล้วในยุคนี้ ซึ่งต่างจากสมัยก่อนมากที่สโมสรจะได้อย่างมากก็กับบรรดาผู้ผลิดอุปกรณ์กีฬาที่จะรับเป็นผู้ผลิตเสื้อของสโมสรต่างๆ เช่นไนกี้ อดิดาส อัมโบร พูม่า หรือว่าแบรนด์ใหม่อย่างนิว บาลานซ์เป็นต้น และยุคต่อมาก็คือสปอนเซอร์คาดหน้าอกที่จะมีมูลค่ามากที่สุดในตอนนั้นนั่นเอง ซึ่งมียุคที่สโมสรทำเงินได้มากที่สุดจากการขายสปอนเซอร์คาดหน้าอกนี้ด้วย ในช่วงต้นทศวรรษที่ 20 นี่เอง

แต่ในยุคปัจจุบันนั้นไม่ได้มีแค่นั้นอีกแล้ว เมื่อช่วง 1-2 ฤดูกาลมานี้ได้มีการขายสปอนเซอร์ให้กับสินค้าต่างๆ มาติดบนแขนเสื้ออีกฝั่งหนึ่งด้วย โดยฝั่งหนึ่งของลีกส่วนใหญ่จะต้องมีการติดโลโก้ของลีกตรงแขนเสื้อฝั่งซ้าย แต่ด้านขวานั้นจะว่าง ทำให้สโมสรยักษ์ใหญ่นั้นเห็นลู่ทางในการนำเงินเข้าสโมสร อย่างเช่นในฤดูกาลนี้ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็มี Kohler บริษัทผลิตสุขภันฑ์ยักษ์ใหญ่ของเยอรมันเข้ามาสนับสนุน ซึ่งทำให้ทีม “ปีศาจแดง” ได้รายได้มาถึงปีละ 10 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งหากรวมกับรายได้ของสปอนเซอร์อื่นๆ บนเสื้อแล้ว จะทำให้ทีมมีรายได้เกิน 100 ล้านปอนด์ต่อปีอย่างแน่นอน ยกตัวอย่างต่อจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่พวกเขามี Adidas บริษัทกีฬายักษ์ใหญ่ของเยอรมันเป็นผู้สนับสนุนในการผลิตเสื้อแข่ง ที่ต้องจ่ายค่าสปอนเซอร์ให้ถึง 75 ล้านปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว แค่เพียง 2 จุดนี้ก็ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้กำไรไปแล้วถึง 85 ล้านปอนด์ต่อปี ซึ่งนี่ยังไม่รวมสปอนเซอร์คาดหน้าอกของพวกเขาด้วยซ้ำ ซึ่งได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านปอนด์อย่างแน่นอน ซึ่งทีมอื่นๆ อาจจะลดรายได้ลงมาตามขนาดของทีม หรือมูลค่าทางการตลาดของทีม้วย แต่ก็ไม่น่าจะแตกต่างกันมากนักสำหรับทีมระดับบิ๊ก 6 ในพรีเมียร์ลีก หรือว่าจะเป็นทีมชั้นนำของลีกอื่นๆ ในยุโรปก็ตาม ซึ่งถือว่าชุดแข่งขันถือว่าเป็นรายได้หลักของสโมสรฟุตบอลในยุคนี้เลยก็ว่าได้