ทีมแห่งอนาคตของอังกฤษ

    หลังจากที่ทีมชาติอังกฤษทำผลงานได้ดีเกินคาดในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ภายใต้การคุมทีมของแกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือหนุ่มวัย 48 ปี ซึ่งตอนแรกแฟนบอลของทีมชาติอังกฤษไม่ได้คาดหวังกับทีมชุดนี้ในศึกฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดด้วยซ้ำ เนื่องจากนักเตะส่วนใหญ่ที่ถูกเรียกติดทีม 23 คน มีนักเตะที่เป็นดาวรุ่งหลายคน และมีนักเตะที่เป็นตัวเก๋าประครองทีมไปเพียง 3 คนเท่านั้น คือแกรี่ เคฮิลล์ กองหลังจากเชลซี เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าวัย 31 ปีจากเลสเตอร์ ซิตี้ และแอชลี่ย์ ยัง แบ็คของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งล่าสุด 2 รายแรกได้ประกาศเลิกเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ซึ่งจะเหลือแต่แอชลี่ย์ ยังเท่านั้นที่ยังไม่ได้ประกาศเลิกเล่นแต่อย่างใด แต่ในการเรียกตัวครั้งล่าสุดของกุนซือทีม “สิงโตคำราม” ที่จะมีโปรแกรมเตะอุ่นเครื่องในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกที่จะพบกับทีมชาติสเปนนั้น ก็ไม่ได้มีการเรียกตัวอดีตดาวเตะของวัตฟอร์ด และแอสตัน วิลล่าติดทีมแต่อย่างใด โดยเซาธ์เกตไปเลือกทางลุค ชอว์ แบ็คซ้ายที่ฟอร์มเด่นจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาแทน ทำให้ 22 นักเตะชุดล่าสุดที่ทีมชาติอังกฤษเรียกมาไม่มีนักเตะที่อายุเกิน 30 ปีอยู่ในทีมเลย ซึ่งนักเตะที่แก่ที่สุดในทีมชุดนี้คือไคลย์ วอร์คเกอร์ แดนนี่ โรส จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และฟาเบียน เดลป์ ที่มีอายุ 28 ปีเท่ากัน ซึ่งจะเรียกว่าเป็นทีมแห่งอนาคตก็ว่าได้ เพราะในอีก 2 ปีข้างหน้าที่จะมีศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2020 นั้น นักเตะชุดนี้เต็มที่ก็จะอายุแค่ 30 ปีเท่านั้น ซึ่งถือว่ากำลังอยู่ในช่วงพีคของการเล่นด้วยซ้ำ หากว่ารักษาสภาพร่างกายให้ดี

การเรียกตัวผู้เล่นของแกเร็ธ เซาธ์เกตในครั้งนี้เหมือนว่าเขาต้องการที่จะต่อยอดผู้เล่นชุดนี้ให้มีความกลมเกลียวแน่นแฟ้น และเข้าขารู้ใจกันมากขึ้น และเตรียมตัวสำหรับฟุตบอลยูโรรอบคัดเลือกในปีหน้าด้วย จึงไม่ได้มีการทดลองเรียกนักเตะใหม่เข้ามาลองใช้งานเลย ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายทีเดียว เพราะนักเตะอังกฤษยุคนี้ กำลังก้าวขึ้นมามีอนาคตหลายคนทีเดียว เนื่องจากเมื่อปีที่แล้วพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ทั้งชุดยู 17 และยู 20 เลยทีเดียว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีนักเตะจากทีมชุดนั้นขึ้นมาซักราย ซึ่งนักเตะคนล่าสุดที่ได้โอกาสเรียกติดทีมชุดนี้ก็คือโจ โกเมซ กองหลังดาวรุ่งที่ทำผลงานได้ดีกับลิเวอร์พูลในช่วงต้นฤดูกาล